วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

20เมืองที่สวยที่สุดในโลก

                                                                                                               20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก

     

20. NEW YORK, USA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะมากมาย แสงไฟที่กระตุ้นความรู้สึกและภูมิทัศน์ของเมืองที่ยากที่จะหาจากที่อื่นในโลก แมนฮัตตันได้กำหนดความคิดของสิ่งปลูกสร้างของเมืองสมัยใหม่ที่ควรจะเป็น
19. FUNCHAL
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองหลวงของเกาะนอกชายฝั่งของแอฟริกาเหนือ ฟุงชาลอิทธิพลของโปรตุเกสเป็นที่เห็นได้ชัด
18. SINGAPORE, SINGAPORE
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
สิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สะอาดบริสุทธิ์ เนื่องจากมีบทลงโทษที่รุนแรงต่อการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง
17. WASHINGTON DC, USA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
ออกแบบมาเพื่อสร้างความประทับใจ เมืองหลวงของอเมริกาประกอบไปด้วยอาคารนีโอคลาสสิก น่าจะเป็นเมืองที่สะอาดที่สุดของอเมริกา มีดอกซากุระญี่ปุ่นที่ทำให้บรรยากาศสดชื่นยิ่งขึ้น
16. BUENOS AIRES, ARGENTINA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองหลวงของอาร์เจนตินาเคยเป็นโรงไฟฟ้าทางเศรษฐกิจในช่วงปลายทศวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นที่มาของสถาปัตยกรรมที่สวยงามเหล่านี้
15. EDINBURGH, UK
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองหลวงของสก็อตแลนด์นี้เป็นทุกอย่างที่ใครจะคาดหวัง มีปราสาทใหญ่ อนุสาวรีย์โกธิคมืดและขวาผาในช่วงกลางของเมือง
14. VIENNA, AUSTRIA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
ทุกอย่างในเมืองนี้ล้วนมีความสวยงามจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน
13. PRAGUE, CZECH REPUBLIC
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
ไม่มีที่ไหนในโลกยังคงความเป็นโบฮีเมียเท่ากรุงปราก อดีตเมืองหลวงของโบฮีเมียและเมืองหลวงปัจจุบันของสาธารณรัฐเช็ก ด้วยประวัติที่ยาวนานกว่า 1,000 ปี ทำให้มันไม่น่าแปลกใจกับสถาปัตยกรรมที่งดงามของเมืองนี้
12. STOCKHOLM, SWEDEN
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
สวีเดนไม่ได้เป็นเพียงเมืองที่มีชื่อเสียงสำหรับ Ikea, metballs และ ABBA ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นเมืองที่น่ารักที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง
11. VANCOUVER, CANADA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
แวนคูเวอร์ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Burrard และได้อยู่ในอันดับต้นๆของ 'เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก'
10. ST PETERSBURG, RUSSIA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
หนึ่งในเมืองศิลปะที่ยิ่งใหญ่ของโลก
9. SAN FRANCISCO, USA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
สะพาน Golden Gate เป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง
8. BARCELONA, SPAIN
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองนี้ไม่ได้เป็นเพียงความงามทางสถาปัตยกรรม มันยังตั้งอยู่อย่างสวยงามบนทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
7. HONG KONG, CHINA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
มุมมองในเวลากลางคืนข้ามอ่าวเกาลูนเป็นที่น่าทึ่งกับพันล้านของไฟหลากสี ฮ่องกงมีตึกระฟ้ามากกว่าเมืองอื่น ๆ ในโลกแม้ตีนิวยอร์ก
6. SYDNEY, AUSTRALIA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
อัญมณีแห่งออสเตรเลีย ท่าเรือที่มีชื่อเสียงระดับโลก เส้นขอบฟ้าที่สวยงามและโดดเด่นที่สุดของโลกที่โอเปร่าเฮ้าส์
5. ROME, ITALY
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
สถานที่โบราณเช่น Colloseum, Forum, The Palatine Hill และ Hadrian’s Villa ถือเป็นที่ดีที่สุดของสถ​​าปัตยกรรมยุคเรอเนสซ​​องเช่น Piazza Navona, น้ำพุเทรวี่, พิพิธภัณฑ์วาติกัน, Villa Borghese และอีกมากมาย ทั้งหมดทำให้โรมเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดในโลก
4. PARIS, FRANCE
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
Ah ปารีส! ใครไม่รักเมืองแห่งแสง? Montmartre, แวร์ซาย, Champs-Élysées - ชื่อของสถ​​านที่สำคัญของเมืองเป็นเรื่องของตำนานและโรแมนติก
3. ISTANBUL, TURKEY
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
น่าจะเป็นเพียงเมืองใหญ่เมืองเดียวที่ตั้งอยู่บนสองทวีป มีการแบ่งขั้วทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นทุกที่ในอิสตันบูล
2. RIO DE JANEIRO
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
ไม่มีคำถามใดในเมืองที่ตั้งอยู่อย่างสวยงามในโลก ระหว่างชายหาดที่สวยงามของภูเขาและป่าไม้เขตร้อนเขียวชอุ่มและเป็นมหาสมุทรแอตแลนติก
1. CAPE TOWN, SOUTH AFRICA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
อิทธิพลของสถ​​าปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลายจากแอฟริกา, ยุโรปและเอเชียได้ละลายเข้าด้วยกันมานานหลายศตวรรษ ความหลากหลายนี้ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดในโลก

ที่มา : buzzfeed

ธงประจำชาติไทย

ธงประจำชาติไทย

ความหมายของสีในธงชาติไทย
ธงชาติไทยประกอบไปด้วย 3 สี 5 แถบ ซึ่งมีความหมายดังนี้
1. สีแดง หมายถึง ชาติ หรือความเป็นชนชาติไทย ความเป็นแผ่นดินไทย
2. สีขาว หมายถึง ศาสนา หรือลัทธิความเชื่ออันบริสุทธิ์
3. สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง
ส่วนสาเหตุที่ออกแบบให้เป็นธง 5 แถบนั้นก็ดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นว่า เพื่อให้เกิดความสมมาตร ไม่ว่าจะชักธงขึ้นด้วยด้านหน้า ด้านหลัง กลับหัวกลับหางอย่างไร ธงชาติไทยของเราก็จะปรากฏให้เห็นเป็นแบบเดิมทุกประการ ซึ่งนับได้ว่าเป็นทรงมีพระปรีชาชาญในการออกแบบเป็นอย่างมาก และแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาที่ฉลาดล้ำลึกของบรรพบุรุษไทย
ธงชาติไทย

ปริศนาโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ประมาณ17000ปี

ปริศนาโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ประมาณ 17,000 ปี

                                   ปริศนาโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ประมาณ 17,000 ปี

ประวัติศาสตร์โลกที่เราเรียนกันมาตามตำราเรียนนั้น ย้อนหลังไปอย่างมากเพียงสองถีงสามพันปี
และเต็มไปด้วยการทำสงคราม แย่งชิงความเป็นใหญ่ และ สร้างความแตกแยก  
ในความเป็นจริงนั้นประวัติศาสตร์โลกมีหลายมิติ และ ลีกกว่าสี่งที่เราเรียน  
อีกทั้งยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อีกหลายชิ้นที่ขัดแย้งกับเรื่องราวที่ถูกบันทีกไว้ในตำราเรียน  
โดยเฉพาะเรื่องของวิวัฒนาการของมนุษย์ตั้งแต่สมัยอดีตจนถีงปัจจุบัน  
เราต้องเริ่มต้นจากการวิเคราะห์โบราณสถานที่สำคัญของโลก
เพื่อที่จะเข้าใจศักยภาพของมนุษย์โบราณ และประวัติศาสตร์ที่คนเหล่านั้นทำขี้น
ซี่งไม่ตรงกับตำราที่เราเรียนกันอยู่ในปัจจุบัน

โบราณสถานที่สร้างด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ปิรามิด 
จากหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ที่เราเรียนกันมาสอนว่า
ปิรามิดสร้างขี้นมาจากการใช้แรงงานทาสและใช้เครื่องมือโลหะเช่น ทองแดงในการตัดหิน
การก่อสร้างต้องทำรางเพี่อเข็นหินขี้นไปวางตามตำแหน่งที่ต้องการ 
และประวัติไม่ค่อยกล่าวถีงปิรามิดที่อี่น
การจะพิสูจน์ข้อสรุปนี้ เราต้องวิเคราะห์จากหลักฐานทางโบราณคดี
และใช้คณิตศาสตร์และฟิสิกส์คิด จากพี้นที่ทั้งหมด 5.3 ตารางกิโลเมตร มีความสูง 146.6 เมตร 
คำนวณปริมาตรทั้งหมดเทียบกับหินแต่ละก้อนที่ไปวางที่มีน้ำหนักโดยเฉลี่ยมากกว่าหนี่งตัน 
จะพบว่าปิรามิดมีหินทั้งหมดประมาณ 2.3 ล้านก้อน ในความเป็นจริงแล้วบางก้อน
มีขนาดใหญ่กว่านั้นมาก ในประวัติศาสตร์ที่เขียนไว้บ่งบอกว่าใช้เวลาการก่อสร้าง 20 ปี 
ดังนั้นถ้าใช้สมมุติฐานที่ว่าคนก่อสร้างทำงานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 20 ปีนั้น
จะต้องนำหินที่ตัดได้ขนาดเอาไปวางที่ปิรามิดทุกๆ 2 นาที
โดยที่ไม่หยุดพักผ่อน ถ้าคนเหล่านี้ต้องหลับนอนเวลาที่สร้างก็ต้องลดลงไปอีก 
นอกจากเรียงหินได้รูปร่างแล้วความเที่ยงตรงของหินทั้งหมดก็ต้องสูงมาก
เพราะ จากหลักฐานภาพถ่ายดาวเทียมพบว่าความเที่ยงตรง
จากปลายยอดปิรามิดไปที่ฐานนั้นคลาดเคลื่อนไปเพียง 6 มิลลิเมตร
ปิรามิดเองก็ทรุดตัวลงเล็กน้อยในระยะเวลาหลายพันปี 
ซี่งน้อยกว่าสิ่งก่อสร้างปัจจุบันที่ทรุดตัวมากกว่าและความเที่ยงตรงในการสร้างน้อยกว่า
 จากรายงานในปี 2010 นี้เองยังพบว่าปิรามิดไม่ได้สร้างจากการใช้แรงงานทาสอีกด้วย 
จากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เช่นนี้
แล้วสรุปได้ว่าประวัติศาสตร์ที่เราเรียนมามีความบิดเบือนจากความเป็นจริง 
และไม่มีความพยายามที่จะแก้ไขให้ตรงแม้ความจริงทั้งหลายจะเริ่มปรากฏออกมา 
อีกทั้งนักโบราณคดีส่วนใหญ่ถูกสอนความเชื่อที่ผิดกันมาตั้งแต่อายุยังน้อย
และ จะพยายามทำงานวิจัยเพี่อสนับสนุนความเชื่อนี้หรือเพื่อตอบสนองความอยู่รอดในระบบ


ข้อมูลเพิ่มเติม: ปิรามิดกีซ่ากับความเชื่อมโยงกับดวงดาว ข้อมูลทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับปิรามิด
Baalbek, Lebanon นอกจากจะมีสี่งก่อสร้างอย่างปิรามิดแล้ว  
ยังมีสิ่งก่อสร้างอย่างอี่นที่แสดงถีงศักยภาพที่มนุษย์ปัจจุบันไม่มี 
นั้นคือความสามารถในการยกหินที่มีขนาดใหญ่หลายร้อยตันได้
สิ่งก่อสร้างที่ Baalbek นั้นก็เป็นสี่งก่อสร้างอีกชิ้นหนี่งซี่งคล้ายกับการก่อสร้างที่กรีกและโรมัน 
แต่มีความใหญ่โตกว่าประมาณ 2 เท่าหินที่ใช้ในการวางรากฐานของอาคารหนี่งก้อน
นั้นมีขนาดใหญ่ประมาณตีก 5 ชั้น และ มีน้ำหนักหลายร้อยตันหรือประมาณการไม่ได้ 
มีหลักฐานว่าได้มีการเคลื่่อนย้ายหินนี้เป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร 
ขนาดของหินนั้นใหญ่เกินกว่าที่รถเครนที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะยกได้ 
ไม้ซุงก็ไม่สามารถใช้ในการเป็นล้อในการขนย้ายได้
เนี่องจากน้ำหนักของหินนั้นสามารถบดไม้ได้ละเอียด 
หลักฐานชิ้นนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งบอกว่า
 มนุษย์สมัยโบราณมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูงกว่าปัจจุบัน 
และพวกเราควรจะตั้งคำถามว่าทำไมสิ่งก่อสร้างนี้ถีงไม่ได้บรรจุใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
และ ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในตำราเรียน ขนาดของสิ่งก่อสร้างเทียบกับมนุษย์

 
Tiahuanaco เป็นสถานที่โบราณที่มีอายุเก่าแก่ประมาณ 17,000 ปี
ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการตัดหิน ถูกสร้างขี้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
สถานที่แห่งนี้อยู่ในประเทศโบริเวียร์ (Bolivia) ทวิปอเมริกาใต้
ประกอบด้วยโบราณสถานทีสำคัญเช่นประตูของพระอาทิตย์
ซ๊่งใช้เป็นปฏฺิทินโบราณสร้างด้วยหินเพียงก้อนเดียว
 ในบริเวณเดียวกันยังมีวัดและปิรามิด ซี่งวัสดุที่ใช้นั้นเป็นหินขนาดใหญ่
ตัดเป็นรูปทรงที่ต้องกาแล้วนำมาวางต่อกันได้อย่างเที่ยงตรง
 

ภาพในมุมสูงของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ 


 



ประตูของพระอาทิตย์ สร้างขี้นโดยมีตำแหน่งอ้างอิงกับดวงอาทิตย์และเป็นปฏิทินของคนโบราณ


ตัวอย่างก้อนหินที่ใต้ในการสร้างนี้มีรอยเส้นขนาดกว้าง 6 มิลลิเมตรลากยาวเป็นเส้นตรงด้วยความลึกที่สม่ำเสมอมาก ซี่งเครื่องมือโบราณทั่วไปทำไม่ได้


Source: Jean-Pierre Protzen & Stella E.Nair, “On Reconstructing Tiwanaku Architecture”, Jpurnal of the Society of Architectural Historians, Vol. 59, Nr.3, 2000, pp. 358-371





อาหารประจำชาติไทย

อาหารประจำชาติไทย

อาหารประจําชาติ ไทย ต้มยำกุ้ง (Tom Yam Goong)
ต้มยำกุ้ง (Tom Yam Goong) เป็นอาหารที่โด่งดังมากที่สุดของประเทศไทย ชาวต่างชาติจะรู้จักต้มยำกุ้งมากกว่าต้มยำชนิดอื่น ๆ การปรุงต้มยำกุ้งจะเน้นรสชาติเปรี้ยวและเผ็ดเป็นหลัก จะออกเค็มและหวานเล็กน้อย มีเครื่องเทศที่ใส่ในน้ำแกงที่สำคัญคือ ใบมะกรูด ตะไคร้ ส่วนผักที่นิยมใส่ในต้มยำ ได้แก่ มะเขือเทศ เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า ใบผักชี ส่วนเครื่องปรุงที่จำเป็นต้องใส่ คือ มะนาว น้ำปลา น้ำตาล และน้ำพริกเผา
เนื่องจากต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยว และเผ็ดเป็นหลัก ทำให้รับประทานแล้วไม่เลี่ยน จึงทำให้ต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงชาวต่างชาติเองก็ติดอกติดใจในความอร่อยของต้มยำกุ้งเช่นเดียวกัน

ดอกไม้ประจำชาติไทย

ดอกไม้ประจำชาติไทย

   เนื่องจาก ต้นราชพฤกษ์ ออกดอกสีเหลืองชูช่อ ดูสง่างาม อีกทั้งยังมีสีตรงกับ สีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของในหลวง" และมีการลงนามให้ต้นราชพฤกษ์ เป็นหนึ่งใน 3 สัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย และ 3. ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน เป็นต้นไม้พื้นเมืองของเอเชียใต้ ตั้งแต่ปากีสถาน อินเดีย พม่า และศรีลังกา โดยนิยมปลูกกันมากในเขตร้อน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้ง และเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปแน่ชัด จนกระทั่งมีการลงนามให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2544

ธงชัย เหล็กแดง 5

ธงชัย เหล็กแดง 4