วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ดาว ขำมิน มาปริศนาฟ้าแลบ เตรียมฮาได้เลย

เกาะยาวบ้านฉัน

เกาะยาวบ้านฉัน

16' Lumber Yard Skiff Build

เกาะยาว1



เกาะยาว เป็นอีกเกาะหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากภูเก็ต กระบี่ และพังงา มี 2 เกาะคือ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ เป็นเกาะที่อยู่ในทะเลกึ่งกลางระหว่าง 3 จังหวัด ดังนั้นเกาะยาว จึงสามารถเดินทางมาเที่ยวได้โดยเดินทางจากทั้ง 3 จังหวัด
ทริปที่เราพากันไปรอบนี้ เราไปเที่ยวเกาะยาวน้อยกัน 3 วัน 2 คืน ไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน พักแบบโฮมสเตย์ ร่วมกันชาวบ้านที่ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง
ทริปนี้ ชาวคณะเดินทางกันมาก่อนจากกระบี่ โดยขึ้นเรือที่ท่าเรือท่าเลน จ.กระบี่ ตั้งแต่เช้า เรือจากท่าเรือท่าเลน ไปเกาะยาวน้อย เริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้า ไปจนถึง 5 โมงเย็น มีเรือออกทุกชั่วโมง ถ้ามาตรงกับเวลาของเรือสปีทโบ๊ท ค่าเรือก็ 200 บาท มาเรือหางยาวก็ 120 บาท / ท่าน ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ก็มาถึงเกาะยาวน้อย เจ้าของบ้านพักต้อนรับ รับจากท่าเรือพาคณะไปเก็บของที่บ้าน พัก เพื่อพักผ่อน ทานอาหารเที่ยง และเตรียมตัวออกสำรวจเกาะยาวน้อยรอบๆเกาะ
รอบนี้ไปกัน กลุ่มใหญ่ รวมทั้งสิน 20 คน บ้านพักแบ่งเป็น 2 หลัง นอนกันแบบอบอุ่นๆ รถที่ใช้เดินทางเที่ยวเกาะยาว เป็นรถสองแถว และรถกะบะ พาเด็กๆ ไปเล่นน้ำทะเล รอบๆเกาะ
ตกเย็นเรา ตัวแทนจากทีมงาน Okali Tours ก็เดินทางมาเสริม โดยเดินทางจากจากภูเก็ต ขึ้นเรือที่ท่าเรือบางโรง เรือที่เดินทางจากภูเก็ตมาเกาะยาว มีตั้งแต่ 7 โมงเช้า ไปจนเที่ยวสุดท้ายเวลา 5 โมงเย็น มีเรือออกทุกชั่วโมง ไม่ต้องรอนาน ค่าเรือสปีทโบ๊ท 200 บาท เรือหางยาว 120 บาท วันนี้เราใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที ก็มาถึงเกาะยาวน้อยแล้ว

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

นักวิทยาศาสตร์ของโลก


นักวิทยาศาสตร์ของโลก
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก
 
1. เซอร์ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton)
 
          แน่นอนว่าในบรรดานักวิทยาศาสตร์เก่งๆจะขาดนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษอย่าง เซอร์ไอแซก นิวตัน ไม่ได้เด็ดขาด โดย เซอร์ไอแซก นิวตัน เกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1642 (พ.ศ. 2185) และเสียชีวิตลงขณะอายุ 46 ปี ในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1727 หรือ พ.ศ. 2270 (ตามปฏิทินจูเลี่ยนของ จูเลียส ซีซาร์) ซึ่งเขาเป็นอัจฉริยะที่เก่งรอบด้านทั้งในฐานะนักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักเล่นแร่แปรธาตุ และนักเทววิทยา โดยผลงานเด่นที่สุดของเขาที่คนรู้จักกันดีที่สุดก็คือ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันและกฎแรงโน้มถ่วงสากล ที่เขาคิดขึ้นมาได้จากการสังเกตผลแอปเปิ้ลที่ตกจากต้นนั่นเอง
 
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก 

2. หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) 
 
          หลุยส์ ปาสเตอร์ เป็นนักเคมีและนักจุลชีววิทยาชาวฝรั่งเศส เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม             ค.ศ. 1822 (พ.ศ. 2365) และเสียชีวิตลงในวัย 72 ปี เมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1895                 (พ.ศ. 2438) ซึ่งเขาคนนี้ถือว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ช่วยชีวิตผู้คนมากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเป็นผู้คิดค้นวิธีรักษาโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น โรคพิษสุนัขบ้าและโรคแอนแทร็คซ์             ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น จากการคิดค้นวิธีพาสเจอร์ไรซ์                         เพื่อฆ่าเชื้อโรคและถนอมอาหารให้เก็บได้นานขึ้นอีกด้วย
 
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก 

3. กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)
 
          นักวิทยาศาสตร์ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของฉายา "บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ยุคใหม่" คนนี้ เกิดที่ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1564 (พ.ศ. 2107) และมีชีวิตอยู่จนอายุ 77 ปี จนกระทั่งเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1642 (พ.ศ. 2185) โดยเขาเป็นผู้ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแนวคิดของวิทยาศาสตร์ยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง ด้วยการยึดมั่นในทฤษฎีของตัวเองว่าดาวเคราะห์เป็นฝ่ายหมุนรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งขัดกับความเชื่อของชาวคริสต์ในสมัยก่อนที่สนับสนุนทฤษฎีของอริสโตเติลที่เชื่อว่าพระอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นฝ่ายหมุนรอบโลก จนทำให้เขาถูกห้ามไม่ให้สอนนักเรียนของเขาเกี่ยวกับทฤษฎีนี้อีก มิฉะนั้นจะถูกจับเผาทั้งเป็น เขาจึงได้ประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ขึ้นมาด้วยตัวเองเพื่อศึกษาเพิ่มเติมและพิสูจน์ว่าทฤษฎีของเขาเป็นความจริงในที่สุด
 
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก 

4. มารี กูรี (Marie Curie)
 
          มารี กูรี เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวโปแลนด์ เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1867 (พ.ศ. 2410) และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1934 (พ.ศ. 2477) ในวัย 66 ปี ซึ่งเรียกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงเก่งแห่งยุคคนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะในขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ในยุคสมัยของเธอไม่ได้รับการศึกษาหรือโอกาสเท่าเทียมกับผู้ชายนัก เธอกลับมุ่งมั่นศึกษาค้นคว้าจนกระทั่งค้นพบรังสีเรเดียมที่สามารถยับยั้งการขยายตัวของโรคมะเร็งได้ในที่สุด จนเป็นผลให้เธอได้รับรางวัลโนเบล ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากความเฉลียวฉลาดของเธอแล้ว การอุทิศตัวให้สังคมของเธอก็ยังทำให้หลาย ๆ คนประทับใจอีกด้วย เพราะเธอเลือกที่จะไม่จดสิทธิบัตรสิ่งที่เธอค้นพบซึ่งจะทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีได้สบาย ๆ แต่กลับเลือกอุทิศตัวเพื่อส่วนรวมและค้นคว้าต่อไปจนกระทั่งเสียชีวิตจากการใกล้ชิดรังสีเรเดียมมากเกินไปในที่สุด
 
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก
 
5. อัลเบิร์ต ไอสไตน์ (Albert Einstein)
 
        คงไม่มีใครไม่รู้จักนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1879 (พ.ศ. 2422) และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1955 (พ.ศ. 2498) ในขณะที่มีอายุ 77 ปี คนนี้ ซึ่งถึงแม้เขาจะเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่คนทั่วโลกรู้จักกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่ที่จริงแล้วเขาเคยเป็นเด็กที่มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้มาก่อน โดยเขาไม่สามารถพูดได้จนกระทั่งอายุ 3 ขวบ และอ่านหนังสือออกเมื่อ 8 ขวบ จนไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จได้มากขนาดที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ รวมถึงสร้างทฤษฎีใหม่ ๆ มากมาย โดยเฉพาะผลงานเด่นเช่นทฤษฎีทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษที่อธิบายว่าเราทุกคนจะมองเห็นอัตราความเร็วแสงได้ในระยะเท่ากัน และทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปซึ่งเป็นทฤษฎีที่อธิบายกฎแรงโน้มถ่วงในเชิงเรขาคณิต ซึ่งทำให้นักวิชาการหลายคนจับตามองจนได้รับรางวัลโนเบลในที่สุด
 
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก
 
6. ชาลส์ ดาร์วิน (Charles Robert Darwin)
 
          ชาลส์ ดาร์วิน เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1809 (พ.ศ. 2352) และเสียชีวิตลงในวัย 73 ปี ในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1882 (พ.ศ. 2425) ซึ่งจนกระทั่งยุคปัจจุบัน ทฤษฎีที่นักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติคนนี้คิดค้นขึ้นก็งยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เพราะมีทั้งคนที่ยอมรับและโต้แย้งในเวลาเดียวกัน โดยดาร์วินได้เขียนนังสือเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสัตว์ต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งอ้างว่าสัตว์ทั้งหลายจะปรับสภาพร่างกายเพื่อให้เข้ากับการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อมทำให้มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นวิวัฒนาการ ซึ่งแม้ในปัจจุบันเขาจะได้รับยกย่องเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะคนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็ยังมีผู้ที่ปฏิเสธแนวคิดของเขาเช่นกัน
 
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก
 
7. โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison)
 
          เชื่อเถอะว่าในบ้านของเราต้องมีสิ่งประดิษฐ์ของ โทมัส อัลวา เอดิสัน กันทุกคนแน่นอน เพราะนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1847 (พ.ศ. 2390) และเสียชีวิตในวัย 84 ปี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1931 (พ.ศ. 2474) คนนี้ เป็นเจ้าของสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์มากมายที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันกว่า 1,000 ชิ้น โดยเฉพาะการคิดค้นหลอดไฟที่เป็นผลงานชิ้นเอก แม้ว่าเขาจะมีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ทำให้อ่านหนังสือไม่ออกจนกระทั่งอายุ 12 ปี และบกพร่องเรื่องการฟังหลังประสบอุบัติเหตุบนรถไฟก็ตาม 
 
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก
 
8. นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla)

          
นิโคลา เทสลา เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวโครเอเชียสัญชาติอเมริกัน ที่เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมค.ศ. 1856 (พ.ศ. 2399) และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1943 (พ.ศ. 2486) ในขณะที่มีอายุ 86 ปี โดยมีฉายาว่า "นักประดิษฐ์ที่โลกลืม" เพราะเป็นนักประดิษฐ์คนสำคัญแต่กลับมีน้อยคนที่รู้จัก หรือถูกรู้จักในฐานะนักวิทยาศาสตร์เพี้ยนจากการที่เขามีปัญหาในการเข้าสังคม มากกว่าจะสนใจผลงานของเขาที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้คนอื่น ๆ ซึ่งเขาเป็นผู้ประดิษฐ์ขดลวดเทสลา หรือ Tesla coil ซึ่งเป็นหม้อแปลงที่สามารถแรงดันไฟฟ้าสูง แถมยังเป็นผู้ค้นพบวิธีการเปลี่ยนสนามแม่เหล็กเป็นสนามไฟฟ้า จึงเป็นที่มาของหน่วยวัดสนามแม่เหล็กเทสลา อีกทั้งยังเป็นผู้ค้นพบวิธีการสื่อสารแบบไร้สายอีกด้วย

10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก
 
9. กูกลิเอลโม มาร์โคนี (Guglielmo Marconi)
 
          นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีซึ่งเกิดเมื่อวันที่  25 เมษายน ค.ศ. 1874 (พ.ศ. 2417) และเสียชีวิตลงในขณะอายุ 63 ปี เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1937 (พ.ศ. 2480) คนนี้ คือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตวิทยุคนแรกของโลกอย่างเป็นทางการ ซึ่ง กูกลิเอลโม มาร์โคนี ก็ได้ฉายแววความฉลาดมาตั้งแต่เด็กจากการสนใจเรื่องไฟฟ้าอยู่เสมอ จนพ่อของเขาสนับสนุนด้วยการจ้างครูพิเศษมาสอนเรื่องไฟฟ้าให้กับเขาโดยเฉพาะ และจากความสำเร็จของผลงานชิ้นสำคัญนี้ก็ได้เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นเศรษฐีจากการเปิดบริษัทวิทยุโทรเลขมาร์โคนีในที่สุด
 
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังจากทั่วโลก 

10. อริสโตเติล (Aristotle)
 
          สุดท้ายนี้คือคนที่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกในยุคสมัยเริ่มแรกของวิทยาศาสตร์อย่างนักวิทยาศาตร์ชาวกรีกซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วง 384 - 322 ปีก่อนคริสตศักราชอย่าง อริสโตเติล นั่นเอง ซึ่งเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญรอบด้านในหลายสาขา เช่น ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ วรรณกรรม และชีววิทยา โดยไหวพริบของอริสโตเติลนั้นทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เอกของอัจฉริยะอย่างเพลโต ตั้งแต่อยู่ในวัย 18 ปีโดยผลงานที่เด่นที่สุดของเขาเห็นจะเป็นด้านชีววิทยา ซึ่งเขาเป็นผู้จำแนกประเภทของสัตว์ตามลักษณะออกเป็น 2 ประเภท คือ พวกที่มีกระดูกสันหลังและพวกที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ทำให้ผู้คนนับถือความสามารถจนได้เป็นพระอาจารย์และพระสหายสนิทของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
 
    

20เมืองที่สวยที่สุดในโลก

                                                                                                               20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก

     

20. NEW YORK, USA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะมากมาย แสงไฟที่กระตุ้นความรู้สึกและภูมิทัศน์ของเมืองที่ยากที่จะหาจากที่อื่นในโลก แมนฮัตตันได้กำหนดความคิดของสิ่งปลูกสร้างของเมืองสมัยใหม่ที่ควรจะเป็น
19. FUNCHAL
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองหลวงของเกาะนอกชายฝั่งของแอฟริกาเหนือ ฟุงชาลอิทธิพลของโปรตุเกสเป็นที่เห็นได้ชัด
18. SINGAPORE, SINGAPORE
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
สิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สะอาดบริสุทธิ์ เนื่องจากมีบทลงโทษที่รุนแรงต่อการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง
17. WASHINGTON DC, USA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
ออกแบบมาเพื่อสร้างความประทับใจ เมืองหลวงของอเมริกาประกอบไปด้วยอาคารนีโอคลาสสิก น่าจะเป็นเมืองที่สะอาดที่สุดของอเมริกา มีดอกซากุระญี่ปุ่นที่ทำให้บรรยากาศสดชื่นยิ่งขึ้น
16. BUENOS AIRES, ARGENTINA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองหลวงของอาร์เจนตินาเคยเป็นโรงไฟฟ้าทางเศรษฐกิจในช่วงปลายทศวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นที่มาของสถาปัตยกรรมที่สวยงามเหล่านี้
15. EDINBURGH, UK
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองหลวงของสก็อตแลนด์นี้เป็นทุกอย่างที่ใครจะคาดหวัง มีปราสาทใหญ่ อนุสาวรีย์โกธิคมืดและขวาผาในช่วงกลางของเมือง
14. VIENNA, AUSTRIA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
ทุกอย่างในเมืองนี้ล้วนมีความสวยงามจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน
13. PRAGUE, CZECH REPUBLIC
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
ไม่มีที่ไหนในโลกยังคงความเป็นโบฮีเมียเท่ากรุงปราก อดีตเมืองหลวงของโบฮีเมียและเมืองหลวงปัจจุบันของสาธารณรัฐเช็ก ด้วยประวัติที่ยาวนานกว่า 1,000 ปี ทำให้มันไม่น่าแปลกใจกับสถาปัตยกรรมที่งดงามของเมืองนี้
12. STOCKHOLM, SWEDEN
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
สวีเดนไม่ได้เป็นเพียงเมืองที่มีชื่อเสียงสำหรับ Ikea, metballs และ ABBA ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นเมืองที่น่ารักที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง
11. VANCOUVER, CANADA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
แวนคูเวอร์ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Burrard และได้อยู่ในอันดับต้นๆของ 'เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก'
10. ST PETERSBURG, RUSSIA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
หนึ่งในเมืองศิลปะที่ยิ่งใหญ่ของโลก
9. SAN FRANCISCO, USA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
สะพาน Golden Gate เป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง
8. BARCELONA, SPAIN
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
เมืองนี้ไม่ได้เป็นเพียงความงามทางสถาปัตยกรรม มันยังตั้งอยู่อย่างสวยงามบนทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
7. HONG KONG, CHINA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
มุมมองในเวลากลางคืนข้ามอ่าวเกาลูนเป็นที่น่าทึ่งกับพันล้านของไฟหลากสี ฮ่องกงมีตึกระฟ้ามากกว่าเมืองอื่น ๆ ในโลกแม้ตีนิวยอร์ก
6. SYDNEY, AUSTRALIA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
อัญมณีแห่งออสเตรเลีย ท่าเรือที่มีชื่อเสียงระดับโลก เส้นขอบฟ้าที่สวยงามและโดดเด่นที่สุดของโลกที่โอเปร่าเฮ้าส์
5. ROME, ITALY
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
สถานที่โบราณเช่น Colloseum, Forum, The Palatine Hill และ Hadrian’s Villa ถือเป็นที่ดีที่สุดของสถ​​าปัตยกรรมยุคเรอเนสซ​​องเช่น Piazza Navona, น้ำพุเทรวี่, พิพิธภัณฑ์วาติกัน, Villa Borghese และอีกมากมาย ทั้งหมดทำให้โรมเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดในโลก
4. PARIS, FRANCE
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
Ah ปารีส! ใครไม่รักเมืองแห่งแสง? Montmartre, แวร์ซาย, Champs-Élysées - ชื่อของสถ​​านที่สำคัญของเมืองเป็นเรื่องของตำนานและโรแมนติก
3. ISTANBUL, TURKEY
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
น่าจะเป็นเพียงเมืองใหญ่เมืองเดียวที่ตั้งอยู่บนสองทวีป มีการแบ่งขั้วทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นทุกที่ในอิสตันบูล
2. RIO DE JANEIRO
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
ไม่มีคำถามใดในเมืองที่ตั้งอยู่อย่างสวยงามในโลก ระหว่างชายหาดที่สวยงามของภูเขาและป่าไม้เขตร้อนเขียวชอุ่มและเป็นมหาสมุทรแอตแลนติก
1. CAPE TOWN, SOUTH AFRICA
20 เมืองที่สวยที่สุดในโลก
อิทธิพลของสถ​​าปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลายจากแอฟริกา, ยุโรปและเอเชียได้ละลายเข้าด้วยกันมานานหลายศตวรรษ ความหลากหลายนี้ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดในโลก

ที่มา : buzzfeed

ธงประจำชาติไทย

ธงประจำชาติไทย

ความหมายของสีในธงชาติไทย
ธงชาติไทยประกอบไปด้วย 3 สี 5 แถบ ซึ่งมีความหมายดังนี้
1. สีแดง หมายถึง ชาติ หรือความเป็นชนชาติไทย ความเป็นแผ่นดินไทย
2. สีขาว หมายถึง ศาสนา หรือลัทธิความเชื่ออันบริสุทธิ์
3. สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง
ส่วนสาเหตุที่ออกแบบให้เป็นธง 5 แถบนั้นก็ดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นว่า เพื่อให้เกิดความสมมาตร ไม่ว่าจะชักธงขึ้นด้วยด้านหน้า ด้านหลัง กลับหัวกลับหางอย่างไร ธงชาติไทยของเราก็จะปรากฏให้เห็นเป็นแบบเดิมทุกประการ ซึ่งนับได้ว่าเป็นทรงมีพระปรีชาชาญในการออกแบบเป็นอย่างมาก และแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาที่ฉลาดล้ำลึกของบรรพบุรุษไทย
ธงชาติไทย