วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การแต่งกายไทย

ชาติไทย เป็นชาติใหญ่ใน เอเชีย มาแต่ก่อน พุทธกาล เรามีแบบ เครื่องแต่งกาย ของเรา โดยไม่ได้ ลอกแบบ ใคร ทั้งสิ้น ไทยสมัย นั้น ชายหญิง ตาม การสันนิษฐาน ว่า นุ่งกางเกง กันเป็นพื้น เราเคยเข้าใจว่า จีนนุ่งกางเกง มาก่อนไทย เพราะมีคำว่า ”กางเกงจีน” ทำให้เราเข้าใจเช่นนั้น แท้จริงแล้ว จีน น่าจะลอกแบบ ไปจากไทย ด้วยซ้ำ ตามหลักฐาน การค้นคว้า ภายหลังทำให้ทราบชัดขึ้นว่า ไทยไม่ได้ เชื้อสาย มองโกเลีย กับจีน แต่ไทยเรา น่าจะเป็น เชื้อสาย กับ ”มาเลเซีย” มากกว่า และก็ได้แผ่ขยายขึ้นไปจาก แผ่นดิน แหลมทอง ไม่ได้ลงมาจากเหนือ สิ่งที่เป็น พยานหลักฐาน นับว่าได้แก่ บรรดา เครื่องมือดิน และ พวกภาชนะ เครื่องปั้นดินเผา นั่นเอง ทั้งจีนเองก็เพิ่ง เคลื่อนย้าย มาอยู่ ตามแถบ แม่น้ำไหล ( สาขาของ แม่น้ำ แยงซีเกียง ) เรื่องราว 2000 ปี ก่อนพุทธศก นี้เอง แต่ไทยเรา ครอบครองแดน จีน มา ไม่ต่ำกว่า 4500 ปีแล้ว การแต่งกาย ของจีน นั้น รุ่มร่มกว่า เพราะต้องอยู่กับอากาศหนาว และต้องผ่าน ทะเลทราย โคบี อันไพศาล มาด้วย ประกอบกับ ไทยต้องอยู่ในประเทศ ลุ่มๆ ดอนๆ จึงจำต้อง แต่งกาย ให้เหมาะสม และสะดวก ใน การเดินทาง ซึ่งในสมัยนั้น จะดีกว่า การเดินเท้าเปล่า ก็เพียงเลื่อน และ เกวียน การแต่งกาย จึงขึ้นอยู่กับ การอาชีพ สภาพของ ดินฟ้าอากาศ และ ภูมิประเทศ นี่เป็น การสันนิษฐาน เรื่องไทย นุ่งกางเกง มาก่อน

การวางตัว1

 1. รู้จักจูงใจคนอย่างมีเหตุมีผล

          การที่คุณจะทำให้คนอื่น ๆ ยอมรับในตัวคุณได้ เรื่องของการโน้มน้าวจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพึงมี โน้มน้าว ณ ที่นี้ไม่ได้หมายความว่าให้คนอื่น ๆ มาเชื่อแบบสนิทใจเลยว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปในสิ่งที่คุณกำหนด หากแต่เป็นการแสดงถึงความมั่นใจในตัวเองต่อเรื่องบางเรื่องที่คุณถนัด ชื่นชอบ หรือสามารถตอบปัญหานั้น ๆ ได้ หากมีคนสงสัยหรือค้างคากับสิ่งนั้น ๆ อยู่

          ตัวอย่างง่าย ๆ ถ้ามีคนมาถามคุณว่า จะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นไหนดี อยากได้รุ่นแพง ๆ จัง แต่การใช้งานของเขาไม่ได้สอดคล้องกับราคาที่ต้องจ่ายไป ก็ลองใจเย็น ๆ แล้วอธิบายคน ๆ นั้นให้เขาฟังว่า ลองเลือกเครื่องอื่น ๆ ที่ราถูกกว่านั้นไหม ตรงกับความพอดีของการใช้งานด้วย จะได้มีเงินเหลือไปทำอย่างอื่นได้อีก เป็นต้น

 2. อิทธิพลของสี สำคัญใช่เล่น

          เรื่องของสีสันต่าง ๆ ที่เรา ๆ เคยเรียน เคยเห็นกันมานั้น คุณเชื่อหรือไม่ว่า มีส่วนสำคัญที่ช่วยในเรื่องของการตัดสินใจและช่วยในเรื่องของภาพลักษณ์คนได้อย่างมากมายจริง ๆ สิ่งหนึ่งที่สะท้อนได้อย่างชัดเจนก็คือสีสันของเสื้อผ้าหลากดีไซน์ทั้งหลายนั่นเอง ง่าย ๆ เช่น คนส่วนใหญ่มักจะตีความกันว่า ผู้ชายคนไหนที่ใส่เสื้อสีชมพู ก็จะมีความหมายอยู่ 2 แบบ คือ ไม่กำลังอินเลิฟ ก็คงเป็นพวกผุ้ชายนุ่มนิ่ม เจ้าสำอางแน่ ๆ หรือหากคนในมาโทนเสื้อสีดำเข้มทั้งตัวตั้งแต่เสื้อยันรองเท้า ก็ชัวร์เลยว่า เป็นพวกร็อคเกอร์ที่จัดเต็มกับชีวิตแน่ ๆ

 3. รู้ขีดความสามารถของตัวเอง

          คนเราควรจะรู้ว่าความสามารถของตัวเองในการทำสิ่งต่าง ๆ นั้นมีมากมายหรือน้อยขนาดไหน สิ่งไหนถนัด สิ่งไหนรู้ สิ่งไหนชำนาญ ก็ควรจะทำให้เต็มที่และดึงศักยภาพตรงนั้นมาใช้ให้ถึงที่สุด แต่ถ้าเรื่องไหนไม่รู้ ไม่ถนัด หรือไม่พร้อม ก็ควรที่จะทำไปตามความสามารถ ได้แค่ไหนแค่นั้น อย่าไปดันทุรังทำจนเสียการเสียงานไปซะก่อน พยายามเลือกสิ่งที่ใช่ในสิ่งที่ชอบ และทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

 4. คำพูดคน ทรงพลัง

          เรื่องของคำพูด แม้ฟังดูผิวเผินก็จะเป็นการพูดให้คนอื่น ๆ ฟังทั่ว ๆ ไป แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว คำพูดของคนเรานี่ล่ะ คืออาวุธชั้นเยี่ยมที่จะไว้ต่อรองกับคนอื่น ๆ ได้อย่างดี ถ้าคุณเลือกใช้คำพูดดี ๆ มีวาทะศิลป์ หรือรู้จักพลิกแพลงให้คำพูดมีความสละสลวย ใครที่ได้มาฟังคุณพูดก็จะเกิดความรู้ที่ประทับใจ และรู้สึกเห็นชอบไปกับความคิดของคุณด้วยแต่ถ้ากลับกันคือพูดไม่ดี ใช้คำผิดความหมาย หรือพูดจาห้วน ๆ ก็จะมีใครฟังคุณ และคุณจะกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าคบหาด้วยไปในที่สุด

 5. เพื่อนฝูงและคนรอบข้าง มีส่วนไม่น้อย

          บางทีการเดินตัวคนเดียวไปในที่ต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องดีที่คุณจะได้อยู่กับตัวคุณเองมากขึ้น แต่ถ้าเป็นแบบนั้นมาก ๆ เข้า นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ใครหลาย ๆ คนมองว่าคุณเป็นคนที่รักสันโดษเกินไป หรือไม่ก็อาจจะไม่มีใครคบกับคุณเลยก็ได้ ฉะนั้น เดินพูดคุยหรือไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ กับเพื่อน ๆ ของคุณบ้าง คนอื่น ๆ จะได้รู้ว่าคุณก็มีสังคมของคุณที่พูดคุยสนุก ๆ กับเพื่อนได้ ไม่ใช่อยู่ในโลกตัวคนเดียวอีกต่อไป
 6. เครื่องแต่งกาย ช่วยได้จริง ๆ
          เรื่องของการแต่งกายก็สำคัญไม่แพ้กัน พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คือ การแต่งกายของเรา ๆ นั้น จะเป็นจุดสังเกตอันดับแรก ๆ ที่คนเราจะมองกันก่อน ถ้าแต่แบบชิลเกินไป เสื้อยืดธรรมดา ๆ กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ก็อาจจะโดนเหมารวมไปว่าเป็นคนที่แต่งตัวไม่เป็น และไม่มีความน่าเชื่อถือเลย แต่หากคุณใส่เสื้อเชิ้ต ผูกเนคไท สแล็คอย่างดี รองเท้าหนังสวย ๆ คนอื่น ๆ ก็จะมองว่าคุณดูเรียบหรู และน่าคบหาด้วยมากกว่านั่นเอง ฉะนั้นอยากจะเป็นแบบไหน ก็ลองเลือกกันดูนะครับ
 7. รู้จักใช้น้ำเสียงอย่างถูกต้อง
           บางครั้งบางครา ประโยคเพียงหนึ่งประโยค หากพูดด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างกันแล้ว ความหมายที่ต้องการจะสื่อ ก็อาจะผิดเพี้ยนกันไปได้ เช่น ประโยคที่ว่า "หยิบของตรงนั้นให้หน่อย" หากพูดห้วน ๆ แข็ง ๆ แล้ว ก็จะเหมือนเป็นการออกคำสั่ง แบบต้องการเดี๋ยวนั้นโดยทันที แต่ถ้าใช้น้ำเสียงที่อ่อนหวาน ขอกันดี ๆ ก็จะให้อารมณ์ที่ว่าไหว้วานหน่อย ซึ่งหากเป็นคุณที่ได้ยินเสียงทั้งสองเสียงนี้ คงเดาไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะครับ ว่าจะเลือกหยิบหนังสือให้ใครมากกว่ากัน
 8. มารยาททางสังคม
          แน่นอนว่าคุณเกิดมาไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวไปซะตลอด คุณต้องมีไปพบปะเพื่อนฝูงหรือต้องไปพูดจาเจรจากับบุคคลภายนอกเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ดังนั้น เรื่องของการวางตัวให้เหมาะสม ถูกต้องตามกาละเทศะ และการเรียนรู้มารยาทต่าง ๆ ทางสังคม จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องยึดถือเอาไว้มาก ๆ ซึ่งเมื่อคุณมีความเคารพและเกรงใจคนอื่น ๆ แล้ว คนอื่น ๆ ก็จะเคารพและเกรงใจคุณทำด้วยเหมือนกัน
 9. ชมเชยคนอื่นบ้าง ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
          กำลังใจเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันชีวิตให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างสดใสนะครับ หากคนรอบข้างของคุณทำงานดี หรือไปทำสิ่งดี ๆ มา คุณก็ควรจะชื่นชมเขาไว้สักหน่อย ให้เขาได้ดีใจกับสิ่งที่เขาได้ทำ เช่นเดียวกัน หากคนรอบข้างทำสิ่งที่ผิดพลาดไป ก้ให้อภัยและให้กำลังใจต่อกัน ไม่ต่อว่าหรือด่าทอให้เจ็บช้ำน้ำใจกันไปมากกว่านี้ จะดีกว่ามาก ๆ เลยทีเดียว
 10. เสียงเบา - เสียงดัง ก็มีความหมาย
          หากคุณเป็นคนที่พูดอ้อมแอ้ม ๆ อยู่ในลำคอ ไม่เปล่งเสียงให้ดัง ๆ ชัดเจน คุณรู้ไหมว่านั่นหมายความว่าอย่างไร นั่นหมายความว่าคุณเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยนะ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป มีหวังจะไม่มีใครฟังคุณอีกต่อไปแน่ ๆ ต้องกล้า ๆ หน่อยครับ พูดจาให้เสียงดัง ๆ เข้าไว้ คนอื่น ๆ จะได้รับรู้ความคิดเห็นของคุณนะคร้าบบบ!!

ประวัติคาราบาว

ประวัติวงคาราบาว
ครบรอบ ๒๕ ปี คาราบาว พ.ศ. ๒๕๔๙
English Version
วงดนตรี “คาราบาว” เริ่มต้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยนักศึกษาที่ชื่อ ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด) กับ กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร (เขียว) ได้รู้จักกันระหว่างที่ได้ไปศึกษาระดับปริญญาที่มหาวิทยาลัยมาปัวฯ ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งบุคคลทั้งสองร่วมกันก่อตั้งวงดนตรีชื่อ “คาราบาว” ขึ้นมา คำว่า คาราบาว แปลว่า ควาย เป็นภาษาตากาล๊อก ใช้เรียกควายพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ ควายเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการต่อสู้ แสดงถึงการทำงานหนัก แสดงถึงความอดทน อีกทั้งควายยังเป็นตัวแทนผู้ใช้แรงงาน และถือได้ว่าผู้ใช้แรงงานเป็นผู้ที่สร้างโลก ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ยืนยง โอภากุล จึงได้ใช้คำว่า “คาราบาว” พร้อมกับ “หัวควายมาเป็นสัญลักษณ์ของวงคาราบาว ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา
หลังจากสำเร็จการศึกษา กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร ได้ทำงานเป็นพนักงานฝ่ายประเมินราคาเครื่องจักรในบริษัทฟิลิปปินส์ ยาวนานถึง 6 ปี ส่วนยืนยง โอภากุล ก็ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อเริ่มงานเป็นสถาปนิกที่การเคหะแห่งชาติ พร้อมกับตระเวนเล่นดนตรีในเวลากลางคืนไปด้วย
เมื่อทุกอย่างลงตัว นายยืนยง โอภากุล ก็ได้ลาออกจากงานประจำ มาเอาดีทางด้านดนตรีอย่างเดียว พร้อมชักชวนให้เพื่อนสนิท กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร ที่กำลังทำงานในบริษัทฟิลิปส์ที่ตั้งอยู่สาขาในประเทศไทย ลาออกมาด้วยเช่นกัน เพื่อทำงานด้านดนตรี มาสร้างวงคาราบาว อย่างเต็มตัว
อัลบั้มชุดที่ 1 ของ “คาราบาว” เริ่มขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2524 ใช้ชื่อชุดว่า “ขี้เมา” โดยมีแอ๊ด และเขียวเป็นแกนนำ ซึ่งเพลงของคาราบาวในยุคนี้ ถือได้ว่าเป็นบทเพลงที่ได้รับอิทธิพลมาจากฟิลิปปินส์มาพอสมควร อย่างเช่น ลุงขี้เมา และเพลงที่ถือได้ว่าเป็นเพลงเปิดตัวของวงคาราบาวได้ดีที่สุดคือ เพลงมนต์เพลงคาราบาว ส่วนบทเพลงแรกของคาราบาวที่แอ๊ดได้ประพันธ์ไว้คือ “ถึกควายทุย” เป็นเรื่องราวของการใช้ชีวิตของบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ถูกให้ ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ทุกอัลบั้ม จนกล่าวได้ว่าเป็นเพลงบัลลาดที่ถูกเล่าขานได้ยาวนานที่สุด
หลังจากที่อัลบั้ม ชุดแรกออกไปแล้วนั้น ยืนยง โอภากุล ได้ชักชวน ปรีชา ชนะภัย (เล็ก) มือกีต้าร์ และ อนุพงษ์ ประถมปัทมะ (อ๊อด) มือเบส เข้ามาร่วมวงคาราบาว ซึ่งในขณะนั้น เล็กและอ๊อด ได้เป็นนักดนตรีอาชีพประจำอยู่กับวงเพรสซิเด้นส์ และมีภาระกิจจะต้องไปทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศกับเพรสซิเด้นท์ให้เรียบร้อย จึงกลับมาอยู่กับคาราบาวอย่างเต็มตัว

เข้าสู่ปี พ.ศ. 2525 ยุคสมโภชน์ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ครบรอบ 200 ปี อัลบั้มชุดที่ 2 “แป๊ะขายขวด” ได้เกิดขึ้นมา โดยได้ปรีชา ชนะภัย (เล็ก) เข้ามาเป็นสมาชิกคนที่ 3 ของคาราบาวและร่วมทำอัลบั้มนี้ออกมา โดยให้ พีค๊อกเป็นผู้ผลิต ซึ่งได้ทำเทปออกมา 20,000 ม้วน แต่ขณะนั้นทั้งสองอัลบั้มยังถือว่าไม่สบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่บทเพลงที่โดดเด่นในยุคนี้ก็คือ เพลงกัญชา ที่แอ๊ด คาราบาว มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในการร้อง โดยการลากเสียงได้ยาวนานจนทำให้ผู้ชมต้องเงียบสงัดกันไปเมื่อบทเพลงนี้ถูก ร้องขึ้น
ด้วยความมุ่งมั่นของแอ๊ด ทำให้บทเพลงของคาราบาวมีเอกลักษณ์ โดยสะท้อนภาพของสังคมไทยมากขึ้น โดยแอ๊ดได้แต่งเพลงในสไตล์ที่เมืองไทยยังไม่มี ณ ขณะนั้น ในเพลงที่ชื่อว่า “วณิพก” โดยทำดนตรีจังหวะ 3 ช่า สนุกสนาน อีกทั้งเนื้อหาโดนใจคนฟัง และ “วณิพก” นี้เอง ได้ถูกตั้งเป็นชื่ออัลบั้มชุดที่ 3 ของคาราบาว ในปี พ.ศ. 2526 และอัลบั้มนี้เองทำให้ คาราบาวเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั่วประเทศมากขึ้น และอัลบั้มชุดนี้ ได้มือเบส ที่ชื่อ ไพรัช เพิ่มฉลาด (รัช) เข้ามาร่วมทำงานกับวงคาราบาว

หลังจากนั้นไม่นาน คาราบาวได้ออกอัลบั้มชุดที่ 4 “ท.ทหารอดทน” และถือเป็นอัลบั้มแรกที่คาราบาวโดนแบนเพลง และเพลงที่ถูกแบนก็คือ ท.ทหารอดทน ซึ่งมีเนื้อหาที่ไปพาดพิงเกี่ยวกับทหาร นอกจากนี้ยังมีบทเพลงที่สะท้อนชีวิต เช่นเพลง ตุ๊กตา , คนเก็บฟืน ถือว่าเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมาก และอัลบั้มชุดนี้ได้ นักดนตรีอาชีพจากห้องอัดอโซน่าเข้ามาเป็นสมาชิกร่วมกับคาราบาวอย่างเต็มตัว คือ เทียรี่ เมฆวัฒนา (รี่) ตำแหน่งกีต้าร์, อาจารย์ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ตำแหน่งเครื่องเป่า และ อำนาจลูกจันทร์ (เป้า) ตำแหน่งกลอง

ต่อมาปี พ.ศ. 2527 คาราบาวขึ้นสู่จุดสูงสุด ด้วยอัลบั้มชุดประวัติศาสตร์ ชุดที่ 5 “เมดอินไทยแลนด์” เป็นอัลบั้มที่สร้างชื่อเสียงให้กับคาราบาวมากที่สุด ด้วยบทเพลงที่ชื่อ “เมดอินไทยแลนด์” ที่มีเนื้อหาประจวบเหมาะกับการลดค่าเงินบาทของรัฐบาลในสมัยนั้น แล้วรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ใช้สินค้าของไทย ทำให้เมดอินไทยแลนด์เป็นอัลบั้มที่ทะลุเป้า ยอดขายกว่า 5 ล้านตลับ และคาราบาวมีการทัวร์คอนเสิร์ตทั้งในประเทศและต่างประเทศ และอัลบั้มเมดอินไทยแลนด์นี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงนักดนตรีของคาราบาวครั้งสำคัญ ซึ่งมือเบสจากวงเพรสซิเด้นท์ได้เสร็จสิ้นภาระกิจทัวร์คอนเสิร์ตจากอเมริกา และกลับเข้ามาร่วมกับคาราบาว บุคคลผู้นั้นคือ อนุพงษ์ ประถมปัทมะ (อ๊อด) และบุคคลที่ต้องออกจากวงคาราบาวไปด้วยความเสียใจของประชาชน ก็คือ ไพรัช เพิ่มฉลาด (รัช) มือเบสเดิมของคาราบาว ทั้งนี้เป็นเรื่องของการต่อสู้ การทำงานของวงคาราบาว

ชาติ สุชาติ - การเดินทาง (Backpack) [Official MV]

The Voice Thailand - ชาติ VS เชาว์ - ขีดเส้นใต้ - 9 Nov 2014

โคตรฮา กับ ดาว ขำมิน มุข หรือ เอ๋อจริง!!! : "แรงชัดจัดเต็ม" 19/05/58

ผมอยากเป่นเหมือนคนนี้ เอาอยุ่คับ