แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชุติกาญจน์ ตันติยาวรเวช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชุติกาญจน์ ตันติยาวรเวช แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

ชุติกาญจน์ ตันติยาวรเวช 1

เชื้อสายและการกำเนิดศาสดามูฮัมมัด

       ท่านศาสดามุหัมมัด ( ศ็อลฯ ) เกิดในเวลาเช้าตรู่ของวันจันทร์ ที่ 12 เดือนรอบีอุลเอาวัล ปีช้างตรงกับวันที่ 23 เมษายน ค . ศ .571 ณ นครมักกะฮฺ ท่านเป็นคนชาวอาหรับเผ่ากุร็อยซฺ บิดาของท่านชื่อว่าอับดุลลอฮ บุตรอับดุลมุฏเฏาะลิบ บุตรฮาซิม บุตรอับดุลมะนาฟ บุตรซะห์เราะห์ บุตรกิลาบ มารดาของท่านชื่อว่าอามีนะฮฺ บุตรวฮับ บุตรอับดุลมะนาฟ บุตรซะห์เราะฮฺ บุตรกิลาบ ต้นตระกูลฝ่ายมารดาของท่าน ไปร่วมกับตระกูลฝ่ายบิดาที่กิลาบ ซึ่งสายคนที่ห้าฝ่ายบิดาและเป็นทวดที่สี่ฝ่ายมารดา และต้นตระกูลของท่านศาสดามุหัมมัดที่สูงขึ้นไปนั้นร่วมสายจากท่านนบีอิสมาอีล บุตรของนบีอิบรอฮีม ( อะลัยฮิสสะลาม )
ปีที่ประสูติศาสดามุหัมมัดรู้จักกันอย่างแพร่หลายว่า “ ปีช้าง ” ทั้งนี้เพราะว่าในปีนั้น แม่ทัพแห่งเอธิโอเปียซึ่งเป็นข้าหลวงปกครองเมืองเยเมน มีชื่อว่า " อับรอฮะหฺ " ได้กรีฑาทัพช้างมุ่งสู่นครมักกะฮฺหวังที่จะทำลายวิหารกะบะฮฺ กองกำลังของนครมักกะฮฺไม่มีกำลังพอที่จะต้านกองทัพของอับรอฮะหฺอันมหึมานี้ได้ ชาวมักกะฮฺต่างก็ทำได้เพียงแต่เฝ้ามองเหตุการณ์ และขอความคุ้มครองจากพระเจ้าเท่านั้น พระองค์อัลลอฮฺทรงปกป้องวิหารกะบะฮฺและยับยั้งแผนอันชั่วร้ายของกองทัพอับรอฮะหฺนี้โดยการส่งฝูงนกชนิดหนึ่งเรียกว่า “ อะบาบีล ” นกแต่ละตัวคาบก้อนกรวดชนิดหนึ่งที่มีเชื้อร้ายไปทิ้งที่กองทัพของอับรอฮะหฺ และเชื้อร้ายนั้นได้แพร่กระจายไปทั่วกองทัพ กองทัพของอับรอฮะหฺ ฺถึงกับราบพนาสูรทั้งคนทั้งช้างและม้า ร่างกายของคนและสัตว์เหมือนกับธัญญาพืชที่ถูกแมลงกัดกิน ดังที่อัลกุรอานได้บันทึกไว้ในซูเราะฮฺอัล - ฟีล พวกทหารของอับรอฮะหฺต่างล่าถอยหนีด้วยความกลัว ที่หนีไม่ทันก็กลายเป็นศพตายระเนระนาด อับรอฮะหฺต้องถอนทัพกลับอย่างระสำระส่าย เขาเองก็ถูกพิษร้ายนั้นด้วยและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา หลังจากเหตุการณ์อัศจรรย์นี้เกิดขึ้นไม่กี่เดือน มักกะฮฺก็ได้รับเกียรติต้อนรับการประสูติของศาสดามุหัมมัด ( ซ . ล ) ด้วยเหตุนี้จึงเรียกปีที่ประสูติของศาสดามุหัมมัดว่า ปีช้าง

ชุติกาญจน์ ตันติยาวรเวช 5

การคมนาคมขนส่ง
          ประเทศไทยมีการคมนาคมขนส่งที่ค่อนข้างหลากหลายและสะดวกสบาย โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 เส้นทางดังนี้ การคมนาคมขนส่งทางบก การขนส่งทางบกของไทยแบ่งออกเป็นสองชนิดย่อย คือการคมนาคมขนส่งทางถนนและการคมนาคมขนส่งระบบราง โดยที่ประเทศไทยมีถนนที่มีความยาวรวมกันทั้งสิ้น 64,000 กิโลเมตร และระบบรางความยาวทั้งสิ้น 4,346 กิโลเมตร โดยที่การขนส่งระบบรางในประเทศไทยเป็นระบบรางเดี่ยวสลับกันวิ่ง และอยู่ในระหว่างการศึกษาที่จะเปลี่ยนไปเป็นระบบรางคู่เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ
การคมนาคมขนส่งทางน้ำ ประเทศไทยมีการคมนาคมขนส่งทางน้ำในหลายระดับ ทั้งในระดับคูคลองเช่นเรือโดยสารคลองแสนแสบ ระดับแม่น้ำเช่นการขนส่งสินค้าและเรือโดยสารที่วิ่งให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับประเทศเช่นการขนส่งสินค้าทางเรือโดยเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ
การคมนาคมขนส่งทางอากาศ ประเทศไทยมีระบบการคมนาคมขนส่งทางอากาศที่ทันสมัยและครอบคลุมเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย กล่าวคือมีทั้งสายการบินภายในประเทศและสายการบินนานาชาติที่ให้บริการทั้งการเดินทางของผู้คนและการขนส่งาสินค้าทางอากาศ รายละเอียดของสนามบินหรือท่าอากาศยานในประเทศไทยมีดังนี้
- สนามบินนานาชาติ 13 แห่ง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ สนามบินเชียงราย สนามบินภูเก็ต สนามบินหาดใหญ่ สนามบินอู่ตะเภา สนามบินสมุย สนามบินกระบี่ สนามบินสุโขทัย สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินอุดรธานี และสนามบินอุบลราชธานี
- สนามบินภายในประเทศ สนามบินที่ให้บริการเฉพาะเที่ยวบินในประเทศของไทยมีทั้งหมด 25 แห่ง

ชุติกาญจน์ ตันติยาวรเวช 4

ประวัติของประเทศไทย
ประเทศไทยหรือชนชาติไทยมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และในแผ่นดินสุวรรณภูมิแห่งนี้ก็มีอาณาจักรโบราณอยู่มากมาย เช่น อาณาจักรขอมโบราณ อาณาจักรทวาราวดี และอาณาจักรศรีวิชัย เป็นต้น ตามพงศาวดารของไทย ชนชาติไทยมีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปจนถึงอาณาจักรโยนกและน่านเจ้า แต่หลักฐานต่างๆไม่ชัดเจนนัก ดังนั้นเราจึงนับประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยจากหลักฐานที่ชัดเจนเท่านั้น นั่นก็คือนับตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัยเป็นต้นมา
นับจากอาณาจักรสุโขทัยเป็นต้นมา ประเทศไทยได้ผ่านยุคหรืออาณาจักรต่างๆมาแล้ว 4 ยุค ดังนี้
1. สมัยอาณาจักรสุโขทัย
อาณาจักรสุโขทัยมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 1792 ถึง พ.ศ. 1981 รวม 189 ปี ก่อนที่สุดท้ายจะถูกยุบรวมกับอาณาจักรอยุธยา อาณาจักรสุโขทัยถูกสถาปนาขึ้นโดยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และถือว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นกษัตริย์พระองค์แรกของชาติไทย อาณาจักรสุโขทัยมีกษัตริย์ปกครองทั้งหมด 8 พระองค์ รวมถึงพ่อขุนรามคำแหงมหาราชผู้ทรงคิดค้นอักษรไทยด้วย
2. สมัยอาณาจักรอยุธยา
อาณาจักรอยุธยาได้เริ่มสถาปนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1893 ถึง พ.ศ. 2310 โดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง โดยมีที่ตั้งอยู่ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน ต่อมาภายหลังได้ผนวกเอาอาณาจักรสุโขทัยเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งด้วย อาณาจักรอยุธยาเจริญรุ่งเรืองอยู่ 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองทั้งหมด 33 พระองค์ โดยเสียกรุงให้กับพม่าจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เมื่อปี พ.ศ.2112 ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ (อยุธยาตกเป็นประเทศราชของพม่าเป็นเวลา 15 ปี) ต่อมาอยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าอีกครั้งในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ เมื่อปี พ.ศ. 2310 และครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้เวลา 6 เดือนในการกอบกู้เอกราชคืน
3. สมัยกรุงธนบุรีภายหลังกอบกู้เอกราชให้กับกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงย้ายเมืองหลวงจากอยุธยาลงมายังเมืองธนบุรี เนื่องจากอยู่ในชัยภูมิที่ดีกว่า ประกอบกับกรุงศรีอยุธยาได้รับความเสียหายหนักจากการโจมตีของพม่า จนยากจะบูรณะให้งดงามดังเดิมได้ อาณาจักรกรุงธนบุรีตั้งอยู่ ณ เมืองธนบุรี (ปัจจุบันถูกผนวกรวมกับจังหวัดพระนครแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นกรุงเทพมหานคร แต่คนส่วนใหญ่ยังเรียกส่วนที่เคยเป็นจังหวัดธนบุรีว่า ฝั่งธนบุรีหรือฝั่งธน) ระยะเวลาการตั้งอยู่ของอาณาจักรธนบุรีเพียงแค่ 15 ปี และมีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว
4. สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ภายหลังการสิ้นสุดลงของอาณาจักรกรุงธนบุรีในปี พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงให้ย้ายเมืองหลวงข้ามฝั่งมายังฝั่งพระนครและทรงสร้างเมืองหลวงใหม่ ซึ่งก็คือพระบรมมหาราชวังในปัจจุบัน นับจนถึงปัจจุบันกรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 232 ปี เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา และนับจนถึงปัจจุบันมีพระมหากษัตริย์ครองราชสมบัติเป็นพระองค์ที่ 9 หรือรัชกาลที่ 9 ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ ในหลวงองค์ปัจจุบันนั่นเอง โดยทรงขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2489 และทรงครองราชย์มาจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 68 นับเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลก

ชุติกาญจน์ ตันติยาวรเวช 3

 คอมพิวเตอร์ (computer) เข้ามามีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่อสังคมของมนุษย์เราในปัจจุบัน แทบทุกวงการ ล้วนนำคอมพิวเตอร์เข้า ไปเกี่ยวข้องกับการใช้งาน จนกล่าวได้ว่า คอมพิวเตอร์เป็นปัจจัย ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อ การดำเนินชีวิตและ การทำงานใน ชีวิตประจำวัน ฉะนั้น การเรียนรู้เพื่อทำ ความรู้จัก กับคอมพิวเตอร์จึงถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะ ทราบว่าคอมพิวเตอร์คืออะไร ทำงานอย่างไร และมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างไร 

ความหมายของคอมพิวเตอร์

          คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า Computer ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ ดังนั้นถ้ากล่าวอย่างกว้าง ๆ เครื่องคำนวณที่มีส่วนประกอบเป็นเครื่องกลไกหรือเครื่องไฟฟ้า ต่างก็จัดเป็นคอมพิวเตอร์ได้ทั้งสิ้น ลูกคิดที่เคยใช้กันในร้านค้า ไม้บรรทัด คำนวณ (slide rule) ซึ่งถือเป็นเครื่องมือประจำตัววิศวกรในยุคยี่สิบปีก่อน หรือเครื่องคิดเลข ล้วนเป็นคอมพิวเตอร์ได้ทั้งหมด
          ในปัจจุบันความหมายของคอมพิวเตอร์จะระบุเฉพาะเจาะจง หมายถึงเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คำจำกัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์
            คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ทำงานแทนมนุษย์ ในด้านการคิด คำนวณและสามารถจำข้อมูล ทั้งตัวเลข และ ตัวอักษรได้เพื่อการเรียกใช้งานในครั้งต่อไป นอกจากนียังสามารถจัดการกับสัญลักษณ์ได้ด้วยความเร็วสูง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ยังมีความสามารถในด้านต่างๆ อีกมาก อาทิเช่น การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ การรับส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องและสามารถประมวลผลจากข้อมูลต่างๆ ได้ 

ชุติกาญจน์ ตันติยาวรเวช 2

การส่งเสริมการท่องเที่ยว เกิดขึ้นโดยพระดำริของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ครั้งทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟ ได้มีการส่งเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทยไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2467 ได้มีการจัดตั้งแผนกโฆษณาของการรถไฟขึ้น ทำหน้าที่รับรอง และ ให้ความสะดวก แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย รวมทั้งการโฆษณาเผยแพร่ประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศ มีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรมรถไฟ เชิงสะพานนพวงศ์ ต่อมาได้ย้ายมาตั้งที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ และคมนาคม งานด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้ย้ายไปอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ และคมนาคมด้วย แต่ยังคงทำงานร่วมกับกรมรถไฟ มีสำนักงานตั้งที่ถนนเจริญกรุง หน้าไปรษณีย์กลาง

การส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เริ่มขึ้นอย่างชัดเจนใน พ.ศ. 2479 เมื่อ กระทรวงเศรษฐการ เสนอโครงการบำรุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศสยามต่อคณะรัฐมนตรี โดยเสนอแผนและวัตถุประสงค์ของการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 3 ประการ คือ 

            1. งานโฆษณาชักชวนนักท่องเที่ยว 
            2. งานรับรองนักท่องเที่ยว 
            3. งานบำรุงสถานที่ท่องเที่ยวและที่พัก